ผิวหนังเปลี่ยนอาจแสดงถึงมะเร็ง

องค์การอนามัยโลกให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ๑ ของโลก โดยมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งถึง ๗ ล้านคนต่อปี ส่วนในไทยมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ๑ ติดต่อกันมา ๗ ปี พบว่ามีโรคมะเร็งของอวัยวะภายในหลายชนิดที่แสดงอาการทางผิวหนัง และบางครั้งเป็นอาการที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ ที่จริงแล้วมะเร็งอวัยวะภายในแทบทุกชนิดแพร่กระจายมาสู่ผิวหนังได้ อวัยวะที่เป็นต้นตอของมะเร็งที่กระจายมาสู่ผิวหนังได้บ่อยที่สุดคือ เต้านม กระเพาะอาหาร ปอด มดลูก ลำไส้ใหญ่ และไต ส่วนใหญ่พบการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในตำแหน่งที่อยู่ใกล้มะเร็งต้นตอ

ลักษณะที่พบบ่อยที่สุดคือ เป็นตุ่มที่ผิวหนังซึ่งอาจไม่เจ็บ เป็นตุ่มกลมหรือรูปไข่ มีลักษณะค่อนข้างแข็ง ส่วนใหญ่มีสีเหมือนผิวหนังแต่ก็อาจมีสีอื่นได้ เช่น สีน้ำตาล หรือน้ำเงิน-ดำ พบบ่อยว่าตุ่มที่ผิวหนังที่มาจากการแพร่กระจายของมะเร็งของไต และมะเร็งของต่อมไทรอยด์อาจมีสีแดง และม่วง ตุ่มเหล่านี้มีขนาดตั้งแต่มองแทบไม่เห็น จนเป็นก้อนเนื้องอกก้อนโต อาจพบได้หลายๆ ตุ่ม

นอกจากการที่มะเร็งภายในกระจายสู่ผิวหนังจะทำให้เกิดลักษณะเป็นตุ่มที่ผิวหนังแล้ว บางครั้งมะเร็งที่แพร่กระจายมาสู่ผิวหนังอาจทำให้ผิวหนังอักเสบบวมแดงเหมือนการติดเชื้อที่ผิวหนัง พบบ่อยในมะเร็งของเต้านม ซึ่งบางครั้งอาจมีหลอดเลือดฝอยขยายตัวร่วมด้วย หรือบางครั้งผิวจะดูตะปุ่มตะป่ำคล้ายเปลือกส้ม

เพศหญิง มะเร็งภายในที่แพร่กระจายสู่ผิวหนังบ่อยที่สุดคือ มะเร็งเต้านม

เพศชาย มะเร็งปอดจัดเป็นมะเร็งที่พบการแพร่กระจายมาผิวหนังบ่อยที่สุด โดยตำแหน่งของผิวหนังที่พบว่ามะเร็งปอดกระจายมาบ่อยที่สุดคือ หน้าอก ตามมาด้วยท้อง และหลัง ยังอาจพบอีกว่าการแพร่กระจายของมะเร็งปอดมาสู่ผิวหนังอาจทำให้เกิดรอยโรคคล้ายเป็นโรคงูสวัด มักเป็นที่หน้าอกหรือท้อง

การให้การวินิจฉัยว่าผื่นผิวหนังที่เกิดจากมะเร็งที่แพร่กระจายสู่ผิวหนังนั้นมีต้นตอจากมะเร็งภายในชนิดใด อาจต้องตัดผิวหนังที่พบการเปลี่ยนแปลงส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจดู ซึ่งจะพบเซลล์มะเร็งที่แสดงลักษณะเฉพาะของมะเร็งต้นตอ แต่บางครั้งเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายสู่ผิวหนังอาจมีลักษณะเหมือนเซลล์ที่ยังพัฒนาไม่เต็มวัย ทำให้ดูลักษณะไม่ออกว่าต้นตอเป็นมะเร็งของอวัยวะใด จึงต้องศึกษาด้วยเทคนิคเฉพาะ เช่น เทคนิคย้อมด้วยอิมมูโนฮิสโทเคมิคอล การทำเอ็มอาร์ไอ การทำซีทีสแกน และอัลตราซาวนด์ พบว่าบางครั้งผื่นผิวหนังที่เกิดจากมะเร็งภายในอาจมีลักษณะคล้ายโรคผิวหนังที่ไม่ร้ายแรง เช่น เหมือนแค่เป็นซีสต์ เป็นไฝแดง หรือเป็นโรคผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรง ทำให้ผู้ป่วยละเลยที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง จึงพลาดโอกาสในการวินิจฉัยมะเร็งภายใน และเริ่มการรักษาได้ช้าลง

Close